ความสุขเล็กๆน้อยๆ ในวันที่น่าเบื่อ(1)
posted on 24 Jan 2006 10:42 by regen in Smellสำหรับชีวิตประจำวันของซารารี่แมนในมหานครแห่งความสบสนที่มีชื่ออังกฤษอย่างเท่ห์ว่า City of
เวลาที่ตื่น ออกเดินทาง อาหารที่กิน คำที่พูด สิ่งที่ต้องทำ เพลงที่ฟัง ทุกอย่างนั้นช่างย้อนวนไปวนมาวันต่อวัน เดือนต่อเดือน และปีต่อปี เรื่องการเมือง ประท้วงทักกี้ ม๊อบสนธิ ขายสมบัติชาติ เพียงไม่ถึงสองปีที่ผมย่างกรายเข้ามาเป็นประชากรของมหานครแห่งนี้ ผมก็ได้สำนึกเสียแล้วว่า หากไม่ทำอะไรไปเสียก่อน ถ้าไม่บ้า ชีวิตก็คงกลายเป็นบอทเต็มรูปแบบตามคนอื่นๆไปเสียจริงๆ(คือปลง ช่างหัวมัน สนแต่เรื่องของตัวเอง ชีวิตตัวเอง)
ดังนั้นท่ามกลางกิจวัตรของบอทเงินเดือน(สนองบาป)อย่างผม ก็คงต้องมีความสุขเล็กๆน้อยๆในชีวิตเพื่อคลายเครียดเสียบ้างไม่เช่นนนั้น ผมอาจจต้องย้ายบ้านเข้าไปอยู่ในศรีธัญญาก่อนเวลาอันควร....
(ปล. ผมเคยเป็นโรคปลายประสาทอักเสบ เนื่องจากความเครียดและโรคประจำตัว เคยได้มีโอกาสเข้าไปเหยียบรพ.สวนปรุงที่เชียงใหม่ด้วยนะครับ มีการเช็คประสาทสติสัมปชญะ สัมภาษณ์ปัญหาครอบครัว นักจิตบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ เข้ามาเช็คเต็มไปหมดถ้ามีโอกาสจะนำมาเล่าต่อไป)
และไอ้ความสุขเล็กๆน็อยๆที่ว่านั่นแหละครับ มันจึงหมายถึงเรื่องไร้สาระบางประการที่สนองตัณหา พัดพาอารมณ์เครียดส่วนบุคคล โดยที่คนอื่นอาจจะไม่เข้าใจว่ามันเป็นความสุขตรงไหน(วะ) แต่เรื่องอย่างนี้ก็ว่ากันไม่ได้ครับ ชีวิตใครชีวิตมัน
ซึ่งสำหรับผมมันก็คือ....
บัตรโดยสาร BTS ครับ

ทุกวันๆเช้าและเย็นการเดินทางของผมส่วนใหญ่ จะผูกติดกับ BTS ซะร้อยละ 90 เอาเป็นว่าถ้าวันไหน BTS เกิดเหตุขัดข้อง ผมก็โทรไปบอกที่ทำงานได้เลยว่าวันนี้สายชัวร์ไม่มั่วนิ่ม
ทีนี้ เราๆอาจจะรู้กันอยู่แล้วว่า สนนราคาที่ถูกที่สุดของ BTS สุดสายสำหรับคนธรรมดาคือ 18 บาทและนักเรียนคือ 12 บาท เมื่อสอดให้เครื่องมันกลืนลงไปมันก็จะเอาไปเคี้ยวๆซักแป๊บก่อนถุยกลับออกมาด้านบนแล้วหักเงินค่าเดินทางของเราไป
เป็นระบบง่ายๆไม่ซับซ้อน ไม่เหมือนผลประโยชน์ของนักการเมืองในประเทศนี้ใช่ไหมครับ(!?)
ทีนี้ความหรรษาของผมมันจะเริ่มจากขั้นตอนการนำตั๋วเข้าเครื่องครับ ซึ่งผมก็ไม่เคยสังเกตุมัน จนกระทั่งวันหนึ่งผมพบว่า การเคลื่อนไหวในช่วงที่นำบัตรเข้าเครื่องนั่น...
มันไม่เคยผิดเพี้ยนเลย!!!
ทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอนหมดไม่เคยผิดพลาด อีกทั้งยังโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้จากองค์กรอิสระ (ไม่ใช่แล้ว)
ทุกอย่างจะเริ่มจาก
1. ก้าวเท้าข้างขวา (กระเป๋าเงินอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านขวา)
2. มือขวาล้วงกระเป๋าเงินขึ้นมาส่งให้มือซ้าย
3. มือซ้ายถือกระเป๋าเงิน มือขวาเปิดกระเป๋าเงิน (ตอนนี้ผมจะก้าวเท้าซ้ายออกมาแล้ว) มือขวาหยิบบัตรที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเงินซอกซ้ายออกมา แล้วบัตรจะอยู่ในมือขวา ส่วนกระเป๋าเงินจะอยู่ในมือซ้าย
4. เมื่อกลับมาเป็นก้าวขวา ผมจะอยู่ที่หน้าตู้สอดบัตรพอดี มือขวาจะยื่นบัตรเข้าไปในเครื่องพร้อมๆกับก้าวซ้ายที่สอง
5. Barrier เปิดขึ้น เมื่อก้าวที่สองลงพื้นพอดี เพราะขาไปบังแสงเลเซอร์ไว้แล้ว ทีนี้ ก็จะเป็นมือขวาอีกนั่นแหละ ที่หยิบบัตรที่ถูกถุยออกมา
6. เมื่อเดินออกมาจากบาเรีย ผมก็จะทำย้อนกลับจากขั้นตอนที่ 2-3 คือ มือขวาส่งบัตรเข้ากระเป๋า ที่เปิดบนมือซ้าย ก่อนที่จะส่งกลับลงสู่กระเป่ากางเกงข้างขวาด้วยมือขวา
เวลาขั้นตอนที่ว่ามาทั้หมด ใช้เวลาเพียง 0.35 วิ เราจะกลับมาดูการใส่ตั๋วลงตู้ของเขาช้าๆ อีกครั้ง ทุกๆวันจะเหมือนกันหมด ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เสียเปล่า ยิ่งกว่าการแปลงร่างใส่คอมแบ็ทสูทของเกียบันเสียอีก
แน่นอนครับว่าขั้นตอนที่ว่ามาก็เพื่อเตรียมเข้าสู่บรรยากาศมาคุในที่ทำงาน (ฮา)
เมื่อสังเกตุได้ดังนั้น ทุกๆวันอันแสนซ้ำซากจึงน่าสนใจขึ้นมาอีกเล็กน้อย(ในสายตาของผม) ในแต่ละวันผมนั้นใจจดใจจ่อกับการเอาตั๋วเข้าตู้เป็นพิเศษ เฝ้ารอให้ถึงเวลาเลิกงาน และรอคอยเวลาไปทำงานเร็วๆ และคิดจะหาวิธีที่จะเพิ่มเวลาในกระบวนการให้เร็วขึ้น ดีขึ้น แม่นยำขึ้นในแต่ละวัน
ซึ่งในแต่ละวันถ้าผมต้องเข้าฟิตเนสตอนเย็นด้วยแล้ว ผมจะมีโอกาส โซจักคุ(สวมเกราะ) เอ๊ย เอาบัตรเข้าตู้อยู่ถึง
6 ครั้ง!!! ต่อวัน
โอว์ มันยอดไปเลยจ๊อด
แต่ก็มีบางครั้งที่ผมต้องเบ้ปากทำหน้าตาผิดหวังสุดชีวิตเมื่อพบกับคิวคนโดยสารอันมหาโหดในตอนเช้าและมาอุดกันเป็นคิวคอมมิคมาเก็ตอยู่ที่หน้าตู้ที่ว่านี้ในสถานนีที่คนชุกชุม
แหม ก็มันทำให้สถิติผมเสีย แถมไม่เป็นไปตามขั้นตอนข้างบนน่ะสิครับ

ยังครับยังไม่จบ คราวหน้าจะมีความสุขเล็กๆน้อยๆกับการเฮนชินแบบไรเดอร์ริวคิหน้าเครื่องแสกนบัตรที่ทำงาน หรือ เฮนชิน ไรเดอร์ 555 standing by complete ตอนรับโทรศัพท์อีก









#1 By (61.91.245.123) on 2006-01-24 10:51