Alcohol ? or ESP ?
posted on 13 Apr 2008 01:31 by regen in Smell
http://uriel.exteen.com/20080412/entry-1
ต่อจากเอนทรี่อุริ
อธิบายรายละเอียด อีเว้นท์โดนตำรวจจับเพิ่มอีกเล็กน้อย
ประมาณว่า ช่วง 2 ทุ่ม ก่อนถึงบ้านอุริได้แวะปัมพ์ Jet ซื้อน้ำแข็งก่อนจะไปทำอาหารกัน
ทีนี้หลังจากยูเทรินเพื่อที่จะขับเข้าบ้านอุริ 100 เมตรก่อนถึงบ้านก็จะเจอด่านตำรวจตรวจแอลกอฮอล
ซึ่งสองวันที่ผ่านมา แม้จะมีการขับรถถากกรวยกั้นถนนหรือเปรี้ยวไม่ยอมชะลอบ้างก็ไม่เห็นจะมีปัญหา
คุณตำรวจที่เฝ้าป้อมคงเห็นว่าไอ้นี่ชักจะจางตีนเกินไปแล้ว
เลยเล่นมันซะหน่อยในวันที่สามนี่แหละ!!!
ขณะที่กำลังขับผ่านด่านตามปกติ คุณตำรวจหน้าตาอ้วนท้วนแต่ดุ (เลยให้นิคเนมไปว่าเฮียตือ)ก็ทำท่าเด็กมีปัญหาอยู่หน้ารถพลางเรียกให้จอด ซึ่งปิดกระจกอยู่ก็ไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่ พอเรียกให้ไปจอดก็แจ้งข้อหาว่า ลืมเปิดไฟหน้า ซึ่งก็ลืมเปิดจริงๆหลังจากจอดที่ปัมพ์เพราะอีกไม่กี่เมตรก็จะถึงบ้านอุริอยู่แล้ว แล้วถามถึงใบขับขี่
ตรูก็ตอบไปด้วยความมั่นใจเต็มที่ "ลืมอยู่ที่บ้านครับ" แต่บ้านที่ว่านี่คือ คอนโดที่กทม.หรอกนะ
แต่ถ้าจะให้หาจริงๆ มันก็ไม่มีหรอก เนื่องจากเคยทำใบขับขี่ชั่วคราวเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว แต่ทีนี้พอถึงเวลาต่อก็ดันทำงานอยู่ใน กทม. กลับเชียงใหม่มาต่อไม่ได้ ก็เลยปล่อยตามมีตามเกิด ว่าเมื่อกลับมาทำงานที่บ้านค่อยมาทำใหม่อีกที เลยปล่อยให้หมดอายุไปซะ ดังนั้นตลอดเวลาที่ขับรถข้าพเจ้าไม่เคยมีขับขี่นะจ๊ะ (เด็กดีไม่ควรเอาอย่าง)
แต่ท่าทางคุณตำรวจะเห็นผมหน้าตาขี้เหล้า หรือขี้ยาหรือหูตึง (หรือทั้งสามอย่างก็ไม่ทราบ) ก็เลยพาผมไปที่โต๊ะที่มีเฮียตือคนตะกี้นั่งอยู่พร้อมเครื่องวัดแอลกอฮอลอีกเครื่องนึง ผมก็ทำหน้างงๆ เพราะยังไม่ได้กระเดือกแอลกอฮอลลงไปซักหยด (แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังจะไปกินในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าก็เหอะ) ถ้าคุณตำรวจจะเล่นผมข้อหาไม่มีใบขับขี่ ก็คงเสร็จตามกระบวนการ และผมก็คงต้องไปจ่ายค่าปรับตามระเบียบ
แต่เหตุการณ์เหลือเชื่อก็ได้เกิดขึ้น
ระหว่างที่เฮียตือที่ท่าทางจะเป็นนายตำรวจระดับหัวหน้า กำลังเทศน์ผมโขมงโฉงเฉงเรื่องที่ผมจะพาเพื่อนไปตายห่าตายโหงตามนโยบายรัฐเพราะไม่เปิดไฟหน้า ซึ่งผมก็ไม่อยากจะไปเถียงแกมากมายนักเพราะตูก็ผิดจริงนี่หว่า คุณตำรวจอีกคนก็พยายามจะเอาเครื่องเป่าวัดแอลกอฮอลมาให้ผมจ๊วบให้ได้ (ทั้งที่รู้อยู่ตั้งแต่ไก่โห่แล้วว่าไม่ได้กินเหล้าแม้แต่หยด) แต่ความพยายามของคุณตำรวจก็เริ่มเป็นหมันไปเรื่อยๆ เพราะเครื่องวัดแอลกอฮอลก็ไม่ยอมทำงานซักที ท่าทางเหมือนจะถ่านหมด เฮียตือก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจแล้วสั่งให้อีกคนเอาถ่านมาเปลี่ยนให้เครื่องทำงานให้ได้
ระหว่างเปลี่ยนถ่านเฮียตือก็วกกลับมาด่าผมต่อ ผมก็ลอยหน้าลอยตาฟังไปเรื่อยๆ ทำหน้าตาสำนึก แต่ในใจส่งกระแสจิตไปเข้าไอ้เครื่องวัดแอลกอฮอลนั่นต่อไป (พูดง่ายๆว่าแช่ง พังๆๆๆๆๆๆๆๆ พังซะ!!!) พอเครื่องทำงาน ผมก็ยกไอ้กระบอกเป่าขึ้นมาอมแล้ว ปู้ดๆๆๆๆ พ่นลมลงไป (ให้ตาย ทำไมไม่คิดจะหารูปทรงที่ดีกว่านี้มาทำเป็นก้านเป่าฟระ) พอเป่าจนหน้ามืดกว่าเครื่องจะยอมรับผล แต่ปาฏิหารย์ก็มีจริงครับ เมื่อเครื่องวัดทางงาน แต่ตัวพิมพ์ผลที่หน้าตาคล้ายที่พิพม์สลิปตามซุปเปอร์นั่นเกิดอาการ paper Jam เข้าให้ โดยแทนที่จะพิมพ์ผลออกมาอย่างสวยงาม กลับกลายเป็นว่าพอพิมพ์เสร็จกระดาษกลับหมุนเข้าไปติดในเครื่องให้แน่นขึ้นๆ
มาถึงตรงนี้เฮียตือแกทำท่าไม่พอใจอย่างแรง พลางด่าคนอยู่เวรที่แล้วที่ไม่รู้จักดูแลรักษาเครื่องให้ดีๆ ไม่พร้อมใช้เอาซะเลยและพยายามเอากระดาษออกจากเครื่องแต่ไม่เป็นผลจนท่าทางจะเซ็งในอารมณ์แล้ว เลยยกผลประโยชน์ให้ผมไป ปล่อยไปโดยไม่ต้องเอาเรื่องอะไรทั้งนั้น เหอๆ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เครื่องตรวจแอลกอฮอลหรือจะสู้ความเฮี้ยนของข้าพเจ้า
ปล. เรื่องนี้ผมยอมรับว่าผมผิดเต็มประตูที่ไม่ได้เปิดไฟหน้า แถมยังไม่มีใบขับขี่อีกและคุณตำรวจทั้งหลายก็ทำหน้าที่ของเขาได้ถูกต้องแล้ว ผมจะจดจำไว้และคราวหน้าจะระวังให้มากกว่านี้ และผมไม่ได้ต้องการจะมาบอกว่าสิ่งที่ผมทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพียงแต่อยากแชร์ประสบการณ์ที่เผอิญนานๆสิ่งที่คิดไว้จะกลายเป็นจริงเท่านั้นเอง
edit @ 13 Apr 2008 02:08:01 by Rain









(จิ้นวายไปแล้ว)
#1 By little Dog on 2008-04-13 02:13